สุดยอดอาหารป้องกันโรค

กินอย่างก็ได้ สุขภาพ อย่างนั้น ประโยคนี้ยังใช้ได้ผลเสมอ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีอาหารปรุงแต่งมากมาย แต่ถึงอย่างไรก็คงสู้อาหารธรรมชาติไม่ได้ หากเราสังเกตสุขภาพตัวเอง และคนใกล้ตัวให้ดีก็จะรู้ว่า อาหารมีผลต่อสุขภาพจริง ๆ
เช่น คนที่รับประทานแต่พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ มักจะเจ็บป่วยบ่อย แต่ถ้าใครที่รับประทานผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และปลาอย่างสม่ำเสมอ โดยมีความสมดุลกัน ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ดังนั้น ดร.เพเตอร์ ชไลเชอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากเยอรมัน จึงได้จัดลำดับอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายดังนี้
ดวงตา
สับปะรด : มีเอนไซม์มากมายที่จะช่วยผ่อนคลายสายตา หลังจากนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน
โรสแมริน : ช่วยทำความสะอาด และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีที่ดวงตา
เก๋ากี้ : มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และมีแร่ธาตุสำคัญ ๆ เช่น สังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซียม เจอร์มาเนียม ซีลีเนียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ยังมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์มากมาย มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงสายตา กล่อมประสาทให้หลับสบาย ช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย สายตาไม่ดี โดยเฉพาะสายตาบอดในเวลากลางคืน ฯลฯ
สมอง
ถั่ว Linsen : มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเลซิติน ให้พลังงานแก่เซลล์สมอง ถั่วลินเซ็นมีขายตามร้านขายอาหารอินเดีย และเป็นอาหารที่ชาวเยอรมันและชาวสวิตเซอร์แลนด์นิยมนำมาทำซุปรับประทานกัน
สัตว์ปีก : ให้พลังงานแก่การทำงานของสมอง
ข้าวโอ๊ต : ให้พลังงานสูงที่สุดสำหรับสมอง นอกจากนี้ ยังมีกรดฟีนอลที่จะช่วยให้เรื่องของความทรงจำที่ดีอีกด้วย
อะโวคาโด : มีวิตามินบีสูง เหมาะสำหรับคนที่มีความเครียด นอนไม่หลับ หรือจิตใจว้าวุ่น
กล้วย : มีฮอร์โมนสำหรับเส้นประสาทในสมอง มีน้ำตาลกลูโคส วิตามิน และเกลือแร่ในการให้พลังงานแก่สมอง
แอพริคอต : มีแร่ธาตุจำเป็นหลากหลายชนิดที่เหมาะกับสมอง
ลูกเกด : มีน้ำตาลที่ให้พลังงานสูง 75%
ลูกแพร : ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี มีน้ำตาล และสารที่คล้ายคลึงกับฮอร์โมนซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้สมองทำงานอย่างกระปรี้กระเปร่า
ถั่วลันเตา : มีโปรตีนสูงที่ช่วยในเรื่องความจำ และช่วยให้มีสมาธิดี
สลัดเขียว : มีสารที่คล้ายกับยาชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยให้ระบบประสาทมีความสงบ
ผมและผิว
หัวหอมใหญ่ : มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่จะช่วยให้ฟัน กระดูก และเล็บแข็งแรง
ยอดถั่ว : ช่วยทำความสะอาดร่างกาย และช่วยให้รูขุมขนกระชับ

หัวใจ
ผักกาดขาว : มีโพแทสเซียมและธาตุเหล็กสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด
บร็อกโคลี่ : ช่วยป้องกันโรคผนังของหลอดเลือดแดงหนาตัว และโรคหัวใจ
แครอต : มีกรดโฟลิกและไบโอฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยป้องกันโรหัวใจ
ปลา : มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งจะช่วยป้องกันการอักเสบและการตกตะกอนของระบบหลอดเลือด
หัวหอมใหญ่ : มีฟลาโวนอยด์ Quercetin และ Sulfite ที่จะช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้หัวใจ และหลอดเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
กระเทียม : ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี มีสาร Allicin ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
หน่อไม้ฝรั่ง : มีสาร Electrolytes ที่จะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดี ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานดี
น้ำมันมะกอก : ให้พลังงานล้วน ๆ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และช่วยยับยั้งการอักเสบ
ฟักทอง : มีสาร Electrolytes สูง ซึ่งจะช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
มันฝรั่ง : ช่วยป้องกันโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยขจัดน้ำและช่วยส่งวิตามินซีให้แก่ระบบหลอดเลือด
พริกหวาน : มีสารแคปไซซิน และไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
มะเขือเทศ : ช่วยขจัดน้ำและช่วยลดความดันโลหิต
แอบเปิ้ล : มีสารไบโอและน้ำมันหอมระเหย 300 ชนิดที่จะช่วยป้องกันระบบหลอดเลือดทั้งหมด
ลูกแพร : มีวิตามินและแร่ธาตุจำเป้นสูง ซึ่งจะช่วยให้ระบบเลือดลมคงที่
เห็ดหอม : ช่วยลดคอเลสเตอรอล
ข้าวโอ๊ต : ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดจึงมีประโยชน์สำหรับหัวใจและหลอดเลือด
ข้าวโพด : มีวิตามินดี ละวิตามินเค ซึ่งจะช่วยให้เลือดที่ข้นมีความสมดุล
ถั่วเหลือง : มีโปรตีน 40% ไขมัน 19% ไม่มีคอเลสเตอรอลและมีกรดไขมันซึ่งสามารถช่วยให้อายุยืน
กระดูก
กะหล่ำเขียว : มีวิตามินบี (วิตามินที่สำคัญสำหรับผู้หญิง) ซึ่งข่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุ
ตับ
น้ำหัวไช้เท้า : ช่วยกระตุ้นน้ำดี
ยีสต์ในเบียร์ : มีวิตามินบีที่สำคัญ มีสาร Choline และ Inosit ที่ช่วยขจัดไขมัน และช่วยขจัดสารพิษในตับ
นม : มีแคลเซียมและโปรตีนที่จะช่วยให้ตับมีแรงต้านโรค
เนื้อกระต่าย : ช่วยขจัดไขมันในตับ
เนื้อวัว และลูกเนื้อวัว : มีวิตามินบี และเหล็ก มีโปรตีนสูงซึ่งมีความสำคัญสำหรับการสร้างเลือด
ไต
บีตรูต : ช่วยกระตุ้นในการหายใจของเซลล์ และช่วยฟื้นฟูฟิลเตอร์ของไตในการกรองของเสีย

แตงกวา : มีน้ำ Electrolytes สูง ซึ่งช่วยชะล้างไต
หัวไช้เท้า : มีสาร Senforlr ที่จะช่วยป้องกันการอักเสบ
ขึ้นฉ่าย : มีสาร Psoralens ที่จะช่วยป้องกันไตจากไวรัส
กะหล่ำปลีดอง : ช่วยขจัดสารพิษ

แม้ว่าอาหารดีมีประโยชน์ต่าง ๆ ควรค่าแก่การรับประทาน แต่ก็ควรรับประทานให้สมดุล มีความหลากหลาย ไม่รับประทานชนิดเดียวซ้ำซากในปริมาณมาก ๆ ควรเดินทางสายกลางจะดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเองค่ะ